เปิดใจ’ธนาพล อิ๋วสกุล’ แห่ง’ฟ้าเดียวกัน’ (http://www.kledthaishopping.com/article-th-8445-เปิดใจธนาพล+อิ๋วสกุล+แห่งฟ้าเดียวกัน.htmlX

เปิดใจ’ธนาพล อิ๋วสกุล’ แห่ง’ฟ้าเดียวกัน’

13 เมษายน 2549 14:21 น.
31 มีนาคม 2549 ธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการหนังสือฟ้าเดียวกัน แถลงเปิดใจว่าทำไม “ผมไม่กลัวคุณ” ในกรณีถูกห้ามขาย จ่าย แจกและยึดหนังสือ โดยคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

——————-
ฟ้าเดียวกันเป็นวารสารรายสามเดือนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการเมืองภาคประชาชน และในแง่วิชาความรู้ ทำมาสามปี ฉบับล่าสุดคือสถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย ประเด็นคือการเปลี่ยนแปลงในทางสังคมการเมืองไทยที่มองผ่านสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง

ปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคม การชุมนุมของกลุ่มคาราวานคนจน ที่สวนจตุจักร ได้หยิบยกประเด็นการสัมภาษณ์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ในหัวข้อคือ “การมีสถาบันกษัตริย์ถูกกว่าประธานาธิบดี” หากฟังหัวข้อจะเห็นว่าเป็นการวิจารณ์สไตล์สุลักษณ์ที่เป็น Royalist อีกแบบหนึ่ง

คือวิจารณ์ด้วยความจงรักภักดี แต่อาจไม่เหมือนกับแนวอื่นๆที่เป็นการชื่นชมอย่างเดียว คือเชื่อว่าการที่สถาบันกษัตริย์จะอยู่ได้ในระยะยาวต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ให้มีการปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ต่อไปในอนาคต

วารสารดังกล่าว ออกมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ.2548 ผ่านมาเกือบ 4 เดือนจึงมีผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ครั้งแรกสุดคือมีการเอาไปเผาบนเวทีคาราวานคนจน และล่าสุดบอกว่าจะมีการแจ้งความจับในวันพุธที่ 24 มีนาคม และประเด็นนี้เป็นข่าวในคืนวันอังคารที่ 23 มีนาคม

คำสั่งใบสุดท้ายที่แนบไปคือคำสั่งของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่าห้ามการขาย จ่ายแจกและยึดสิ่งพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ลงวันที่ 28 มีนาคม และส่งมาถึงในวันที่ 29 มีนาคม ช่วงบ่ายตัวแทนคาราวานคนจนก็ไปแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินคดีกับทางสุลักษณ์และฟ้าเดียวกัน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม คาราวานคนจนได้บุกไปที่ คม ชัด ลึก และมีการใช้ประเด็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมทั้งได้ออกข่าวว่าจะมีการล้อมบ้านอาจารย์สุลักษณ์และฟ้าเดียวกัน ในวันที่ 31 มีนาคม แต่ก็ไม่เกิดอะไร

ส่วนผลกระทบจากคำสั่งนี้ ล่าสุด (เวลา14.40 น.ของวันที่ 31 มีนาคม-ก่อนการแถลงข่าวประมาณ20นาที) คือตำรวจได้ไปที่ร้านนายอินทร์ ท่าพระจันทร์ และยึดหนังสือฟ้าเดียวกันไป 10เล่ม

คำสั่งดังกล่าวใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 9 ทางฟ้าเดียวกันจึงทำตามขั้นตอนตามพ.ร.บ.ซึ่งมีหมวดว่าด้วยการอุทธรณ์ให้ทำใน 7 วันก็ได้อุทธรณ์และทำไปแล้ว ขณะนี้รอคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพฯ จะให้ทำต่ออย่างไร

ตรงนี้อาศัยมาตรา 10 ของพ.ร.บ.การพิมพ์อุทธรณ์คำสั่งว่าเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการออกคำสั่งแต่ผู้เดียวไม่เปิดโอกาสให้ทางข้าพเจ้าได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โต้แย้งหรือแสดงหลักฐานอย่างเพียงพอว่ามีข้อความอันใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงาม

ตรงนี้อุทธรณ์แล้วจะรออีก 30 วัน ว่ามีคำตอบอย่างไร
อย่างที่สอง ขอยืนยันว่าการใช้ พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 เป็นกฎหมายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 โดยเฉพาะมาตราที่ 39 โดยจุดยืนคือเราไม่สามารถยอมรับกฎหมายการพิมพ์ตัวนี้ได้ถ้าทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ยกเลิกคำสั่งจะฟ้องศาลปกครองเพราะเป็นคำสั่งที่มิชอบ

อย่างที่สาม ขอใช้สิทธิในฐานะประชาชนไทยและอย่างที่ปัจจุบันพยายามพูดถึงเรื่องอารยะขัดขืน จึงยืนยันสิทธิในการเผยแพร่ แต่เนื่องจากตอนนี้หนังสือหมดจากการพิมพ์ครั้งแรก 6000 เล่มแล้ว จึงจะพิมพ์ซ้ำอีกไม่ต่ำกว่า 6000 เล่ม หากมีการแจ้งความก็มีความยินดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทุกกระบวนการ

สื่อมวลชน : สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้โยงเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่

เป็นที่สังเกตได้ เพราะหนังสือออกมา 4 เดือนแล้วไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้นเลย แต่ตอนนี้มีการใช้การอ้างอิงเบื้องสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการดิสเครดิตกันไปมา จะบอกว่าเราอาจเป็นเหยื่อก็ได้ ข้อสังเกตส่วนตัวมีว่า คนที่มีบทบาทหลักในการต่อต้านนายกฯหรือให้ความเห็นไม่ไปในทิศทางเดียวกับนายกฯ ก็จะมีมาตรการแบบนี้ออกมา

อย่างเช่นอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีคนบุกไปโกนหัวประท้วง อาจารย์อมรา พงศาพิชญ์ คณบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีคนบุกไปประท้วงว่าไม่มาตามกระบวนการประชาธิปไตย
ฟ้าเดียวกันเป็นหนังสือที่เล็กมากแต่เป้าหมายน่าจะอยู่ที่อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ในฐานะที่เป็นปัญญาชนคนหนึ่งที่ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ และวิจารณ์นายกฯอย่างรุนแรง คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในการใช้สถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ตัวเอง ในบทสัมภาษณ์อาจารย์สุลักษณ์ก็มีประเด็นไว้ว่า ในหลวงเองไม่ทรงโปรดที่ใช้ท่านมาเป็นเครื่องมือในแง่ของการให้ร้ายต่อกัน

สื่อมวลชน: เนื้อหาตรงไหนที่ระบุว่าหมิ่นเบื้องสูงบ้างไม่มีใครพูดเรื่องเนื้อหาเลย คาราวานคนจนก็ไม่ได้พูดว่าหมิ่นตรงไหน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยิ่งแล้วใหญ่ เราไม่คิดว่าเราผิดอะไรเลยแล้วจะให้ยอมรับคำสั่งอย่างนี้ได้อย่างไร

อย่างที่บอกคือ จะฟ้องกลับ ฟ้องทั้งในแง่ของสิทธิอันชอบธรรมและฟ้องร้องค่าเสียหายด้วย ในฐานะที่เราลงทุนลงแรงกับหนังสือแล้วถูกอำนาจไม่ชอบธรรมมาจัดการ

คำว่าพาดพิง โดยสัตย์จริง การพูดถึงก็คือพาดพิงทั้งนั้น…แต่ในมิติไหน เราไม่สามารถพูดได้ในทุกกรณี เราพูดได้ภายใต้กฎหมายแต่หมายความว่าให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คือฟ้องมาว่าหมิ่นตรงไหน อย่างไร ก็ยินดีสู้ทางศาล

แต่กับอำนาจไม่เป็นธรรมแบบผมมีคำสั่งปิดผมก็ปิด ปัจจุบันกลายเป็นอย่างนี้โดยอาศัยอำนาจตามมาตร 9 ของพ.ร.บ.การพิมพ์ คิดว่าในทางกฎหมายและทางรัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่สามารถยอมรับคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลได้ และอยากทำให้กรณีนี้เป็นกรณีที่ชัดเจนว่า ผมไม่กลัวคุณ
ในแง่ทางกฎหมายรับฟ้องแล้วรับฟ้องแบบไหน มี 2 ประเด็นคือคำสั่งตำรวจออกมาโดยไม่มีคนไปร้องเรียนอะไร กับอีกแบบคือมีคนไปฟ้องแจ้งความซึ่งคาราวานคนจนได้ทำ อย่างไรก็ตามตอนนี้

ไม่ทราบว่ากระบวนการเป็นอย่างไร เพราะในกระบวนการฟ้องทางการเมืองอย่างที่ทราบคือรับฟ้องกันเป็นรายวัน แต่ที่มีผลแน่ๆ มาจากคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผมเสียหายแล้ว ผมจะใช้สิทธิของผู้เสียหายดำเนินการกับรัฐมนตรีมหาดไทยเพราะเป็นคนที่รักษาการตามกฎหมาย ส่วนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นเพียงเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพฯ ตอนนี้ก็มีทนายหลายท่านให้คำปรึกษาอยู่

ในทางกฎหมายผมไม่รู้ว่าผิดตรงไหน ถ้าบอกประโยคมาอย่างกรณี คม ชัด ลึก ที่ชี้เลยว่าคำนี้หมิ่นก็แย้งกัน ในกรณีฟ้าเดียวกันไม่ได้บอก

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาว่าหมิ่นหรืออยู่ตรงไหน เพราะโดยกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคาราวานคนจนไม่มีการกล่าวถึง ประเด็นอยู่ที่คำสั่งตำรวจไม่ชอบธรรม ส่วนจำเลยที่จะฟ้องร้องค่าเสียหายนั้น จำเลยแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่สองก็คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะมันกระทบธุรกิจด้วยกับการที่จะต้องไปขอหนังสือคืนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น จากที่ยึดไป 10เล่มจากร้านนายอินทร์ วันนี้

มาตรการต่อไปก็คือ พยายามท้าทายเพื่อยืนยันสิทธิอันชอบธรรมของเรา เราอาจจะนัดวันไปขายโดยเปิดเผยที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ เรื่องบางเรื่องอาจจะขัดใจคนบางคน ที่คุ้นเคยกับการชื่นชมโดยไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เรื่องสิทธิ หลักการ หลักฐาน ตรรกะในการเขียนการอธิบายเรายืนยันว่าเรายินดีขึ้นศาล ยินดีที่จะถูกตรวจสอบตามกระบวนการที่ถูกต้อง ไม่ใช่มาตรการแบบที่ใช้กับคมชัดลึก ใช้คนเพื่อไปยัดปากให้คมชัดลึกต้องขอพระราชทานอภัยโทษโดยไม่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย รับไม่ได้ และคิดว่าเรื่องบางเรื่องถ้าเราไม่สู้ในหลักการ สิทธิเสรีภาพในประเด็นนี้ของเราก็จะลดลงเรื่อย ๆ

โดยหลักการในการสู้กับอำนาจไม่ชอบธรรมต้องบอกให้ชัดว่าผมไม่กลัวคุณ อันที่สองหนังสือเล่มใหม่ เราจะออกจะทำคำสั่งนี้ให้ตลกโดยเอามาล้อเลย

สื่อมวลชน: กลัวเรื่องความปลอดภัยหรือไม่

ภายใต้ระบอบที่เรียกว่าทักษิณ ขนาดคุณสมชาย นีละไพจิตร ยังหายได้ คือคงไม่สามารถบอกว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คิดว่าเราทำตามสิทธิที่มีอยู่ของเรา

ที่มา : เว็บไซต์ prachatai.com

Leave a comment »

หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน (http://www.kledthaishopping.com/article-th-4238-หนังสือดี+100+เล่มที่คนไทยควรอ่าน.html)

หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

จากโครงการวิจัย คัดเลือกและแนะนำหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน ที่มีอาจารย์วิทยากร เชียงกูล
ผอ.ศูนย์วิจัยสังคมศาสตร์ ม.รังสิต เป็นหัวหน้าคณะ โดยได้รับทุนอุดหนุน จากสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.) ในช่วงปี พ.ศ. 2540-41

หลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกหนังสือดี

เป็นหนังสือภาษาไทยที่เขียนขึ้น ในช่วงประมาณสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปี พ.ศ.2519 ในสาขาวิชาความรู้ต่าง ๆ
และวรรณกรรมที่ดีเด่น, สำคัญ, เป็นแบบฉบับ ที่มีค่าควรอ่านได้ทุกยุคสมัย เป็นหนังสือที่มีศิลปะในการเขียน
และการใช้ภาษาที่ดี มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ทั้งในแง่รูปแบบ (ความงาม, ความไพเราะ, ความสะเทือนอารมณ์)
และเนื้อหาสาระที่ตีความหมาย, สะท้อนชีวิต และสังคม เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระ ที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค
์ สะท้อนให้เห็นความคิดอ่าน ความรู้ ประสบการณ์ สภาพของสังคม ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิต
และต่อโลกที่กว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้อ่านฉลาด
และมีความคิดแบบเสรี หรือใจกว้าง (liberal) มากขึ้น เข้าใจชีวิต และสังคมมากขึ้น

คณะผู้วิจัย

วิทยากร เชียงกูล, ทวีป วรดิลก, ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา, ดร.ไชยันต์ รัชชกูล, รศ.พรภิรมณ์ เชียงกูล,
ธรรมเกียรติ กันอริ, ธัญญา ผลอนันต์, พิทยา ว่องกุล, กมล กมลตระกูล, พรพิไล เลิศวิชา, พิมล เมฆสวัสดิ์

คณะกรรมการชี้ทิศทาง

ดร.เจตนา นาควัชระ, คำสิงห์ ศรีนอก, ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล, นิตยา มาศะวิสุทธิ์,
อำพล สุวรรณธาดา

รายชื่อหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยน่าควรอ่าน

ประเภทบันเทิงคดี (FICTION)
ก. กวีนิพนธ์และบทละคร

1. ประชุมโคลงโลกนิติ – สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
2. เสภาศรีธนญไชยเชียงเมี่ยง
3. นิราศหนองคาย – หลวงพัฒนพงศ์ภักดี
4. สามัคคีเภทคำฉันท์ – ชิต บุรทัต
5. มัทนะพาธา – พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
6. โคลงกลอนของครูเทพ – เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
7. บทละครเรื่องพระลอ – พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
8. ขอบฟ้าขลิบทอง – อุชเชนี
9. เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า. – นายผี
10. บทกวีของเปลื้อง วรรณศรี
11. บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ – จิตร ภูมิศักดิ์
12. จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย – ทวีปวร
13. กวีนิพนธ์ – อังคาร กัลยาณพงศ์
14. ขอบกรุง – ราช รังรอง
15. เพียงความเคลื่อนไหว – เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ข. นิยาย

16. ละครแห่งชีวิต – ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์
17. กามนิต – เสฐียรโกเศศ, นาคะประทีป
18. ดำรงประเทศ – เวทางค์
19. ผู้ชนะสิบทิศ – ยาขอบ
20. หนึ่งในร้อย – ดอกไม้สด
21. บางระจัน – ไม้ เมืองเดิม
22. หญิงคนชั่ว – ก. สุรางคนางค์
23. พล นิกร กิมหงวน – ป. อินทรปาลิต
24. ปักกิ่ง-นครแห่งความหลัง – สด กูรมะโรหิต
25. เราลิขิต-บทหลุมศพวาสิฏฐี – ร.จันทพิมพะ
26. เมืองนิมิตร – ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน์
27. แม่สายสะอื้น – อ. ไชยวรศิลป์
28. พัทยา – ดาวหาง
29. แผ่นดินนี้ของใคร – ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์
30. มหาบัณฑิตแห่งมิถิลานคร – แย้ม ประพัฒน์ทอง
31. ปีศาจ – เสนีย์ เสาวพงศ์
32. สี่แผ่นดิน – ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
33. ทุ่งมหาราช – มาลัย ชูพินิจ
34. แลไปข้างหน้า – ศรีบูรพา
35. เสเพลบอยชาวไร่ – รงค์ วงษ์สวรรค์
36. จดหมายจากเมืองไทย – โบตั๋น
37. เขาชื่อกานต์ – สุวรรณี สุคนธา
38. สร้างชีวิต – หลวงวิจิตรวาทการ
39. ตะวันตกดิน – กฤษณา อโศกสิน
40. สร้อยทอง – นิมิตร ภูมิถาวร
41. พิราบแดง – สุวัฒน์ วรดิลก
42. ลูกอีสาน – คำพูน บุญทวี

ค. เรื่องสั้น

43. นิทานเวตาล – น.ม.ส.
44. จับตาย : รวมเรื่องเอก – มนัส จรรยงค์
45. เรื่องสั้นของป. บูรณปกรณ์ (ชีวิตจากมุมมืด, ดาวเงิน) – ป. บูรณปกรณ์
46. เสาชิงช้า, เอแลนบารอง และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ส. ธรรมยศ
47. พลายมลิวัลลิ์ และเรื่องสั้นบางเรื่อง ของถนอม มหาเปารยะ
48. ผู้ดับดวงอาทิตย์ และเรื่องสั้นอื่นๆ – จันตรี ศิริบุญรอด
49. ยุคทมิฬ และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ อิศรา อมันตกุล
50. เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ – อาจินต์ ปัญจพรรค์
51. ฟ้าบ่กั้น – ลาว คำหอม
52. เพื่อนเก่า – เสนอ อินทรสุขศรี
53. รวมเรื่องสั้นบางเรื่องของฮิวเมอร์ริสต์ – ฮิวเมอร์ริสต์
54. ฉันจึงมาหาความหมาย – วิทยากร เชียงกูล
55. คนบนต้นไม้ – นิคม รายวา

ประเภทสารคดี/บทความ (NON FICTION)
ก. ประวัติศาสตร์

56. ประวัติกฎหมายไทย – ร. แลงกาต์
57. นิทานโบราณคดี – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
58. โฉมหน้าศักดินาไทย – จิตร ภูมิศักดิ์
59. กบฏ ร.ศ. 130 – เหรียญ ศรีจันทร์, ร.ต.เนตร พูนวิวัฒน์
60. เจ้าชีวิต – พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
61. ศาลไทยในอดีต – ประยุทธ สิทธิพันธ์
62. ประวัติศาสตร์ไทยสมัย 2352-2453 ด้านสังคม – ชัย เรืองศิลป์
63. สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ 2325 – 2416 – ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์

ข. การเมือง,ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย, เศรษฐศาสตร์

64. ทรัพยศาสตร์ – พระยาสุริยานุวัตร
65. เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475 – กุหลาบ สายประดิษฐ์
66. ความเป็นอนิจจังของสังคม – ปรีดี พนมยงค์
67. ท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก – เดือน บุนนาค
68. โอ้ว่าอาณาประชาราษฎร – สนิท เจริญรัฐ
69. ไทยกับสงครามโลกครั้งที่สอง – ดิเรก ชัยนาม
70. สันติประชาธรรม – ป๋วย อึ๊งภากรณ์
71. ห้าปีปริทัศน์ – ส. ศิวรักษ์
72. วันมหาปิติ” วารสาร อมธ.ฉบับพิเศษ 14 ตุลาคม 2516 – องค์การบริหารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ค. ศิลปะ ภาษาและวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์

73. วรรณคดี และวรรณคดีวิจารณ์ – วิทย์ ศิวะศิริยานนท์
74. ประติมากรรมไทย – ศิลป พีระศรี
75. วรรณสาส์นสำนึก – สุภา ศิริมานนท์
76. วิทยาวรรณกรรม – พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
77. ความงามของศิลปไทย – น. ณ ปากน้ำ
78. ภาษากฎหมายไทย – ธานินทร์ กรัยวิเชียร
79. วรรณไวทยากร ชุมนุมบทความทางวิชาการ ฉบับวรรณคดี – เจตนา นาควัชระ และมล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ
80. แสงอรุณ 2 – แสงอรุณ รัตกสิกร

ง. สังคมวิทยา, มานุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์สังคม

81. พระราชพิธีสิบสองเดือน – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
82. สาส์นสมเด็จ – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
83. 30 ชาติในเชียงราย – บุญช่วย ศรีสวัสดิ์
84. เทียนวรรณ – สงบ สุริยินทร์
85. กาเลหม่านไต – บรรจบ พันธุเมธา
86. นิทานชาวไร่ – น.อ.สวัสดิ์ จันทนี
87. ภารตวิทยา – กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย
88. ฟื้นความหลัง – พระยาอนุมานราชธน
89. ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ – จิตร ภูมิศักดิ์
90. อัตชีวประวัติ หม่อมศรีพรหมา กฤดากร – หม่อมศรีพรหมา กฤดากร
91. 80 ปีในชีวิตข้าพเจ้า – กาญจนาคพันธ์

จ. ศาสนา, ปรัชญา

92. พระประวัติตรัสเล่า – สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
93. พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน – สุชีพ ปุญญานุภาพ
94. ปัญญาวิวัฒน์ – สมัคร บุราวาศ
95. พุทธธรรม – พระธรรมปิฎก
96. อิทัปปัจจยตา – พุทธทาสภิกขุ

ฉ. ธรรมชาติ, วิทยาศาสตร์

97. หนังสือแสดงกิจจานุกิจ – เจ้าพระยาทิพากรวงษ์
98. แพทยศาสตร์สงเคราะห์ – คณะกรรมการแพทย์หลวงในรัชกาลที่ 5
99. ธรรมชาตินานาสัตว์ – บุญส่ง เลขะกุล
100. ขบวนการแก้จน – ประยูร จรรยาวงษ์

Leave a comment »

ตะลุยสำเพ็ง (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dezign&month=08-2007&date=27&group=1&gblog=5)

ตะลุยสำเพ็ง

ตั้งใจเอาไว้ว่าว่างเมื่อไหร่จะไปเดินสำเพ็ง เพื่อสำรวจแหล่งหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำตุ๊กตาถัก โดยเฉพาะแหล่งซื้อลูกตา ที่หลายๆคนถามเข้ามากันไม่ขาดสาย

สุดท้ายก็หาเวลาไปได้ซะที หลังจากที่ไม่ได้ไปเดินซะนาน วันเสาร์ตื่นแต่เช้า แหกตาไปเพราะจำได้ว่าครั้งก่อนหน้านี้ที่ไป ดันไปซะสายก็เลยต้องเจอกับฝูงชนมากมาย เล่นเอาซะเหนื่อยหอบ กว่าจะได้ของที่ต้องการ

นั่งรถจากหน้ารามคำแหง แล้วไปลงหน้ามาบุญครอง จากนั้นต่อรถอีกสายมุ่งหน้าสู่เยาวราช รถติดอีกตามเคยถนนเยาวราชนี่จะมีวันไหนที่ถนนว่างบ้างมั้ยนี่

ลงรถเมล์ป้ายไหนไม่รู้เหมือนกันเพราะมองอะไรไม่เห็น มีแต่ป้ายร้านทองเต็มไปหมด เห็นตึกทางด้านขวาเขียนคำว่า casio หรืออะไรนี่แหล่ะ ด้านซ้ายมีป้ายชื่อ ซอยมังกร นี่แหล่ะ ๆ ซอยนี้เลย รีบโดดลงรถประหนึ่ง จา พนม กระโดดโหยงเหยง จากหนังต้มยำกุ้ง ที่ยังไม่ได้ดู แต่ดันไปรู้อีกนะ ว่าเค้าโดดท่าไหน

ลงรถเมล์แล้วเดินย้อนกลับมาหน่อยเพื่อเข้าซอยมังกร ถ้ามองไปฝั่งตรงข้ามซอยมังกร ก็จะเห็นห้างโลตัส โอ้ววพระเจ้าจอช เกิดมาเพิ่งเคยเห็นโลตัสเยาวราช มาครั้งก่อนๆ ปวดอึต้องอั้นไว้แทบตายเพราะไม่รู้จะไปเข้าห้องน้ำที่ไหน สุดท้ายเราก็ได้แหล่งปล่อยของแล้ว

เมื่อเจอซอยมังกร ปากซอยมีร้านทองเล่งหงษ์ ฝั่งตรงข้ามในซอยมีโลตัสแล้ว ให้เดินเข้าไปเลยครับในซอยมังกร ท่านจะเจอร้านรวงผู้คนมากมายเต็มไปหมด สิ่งเดียวที่ท่านจะไม่เจอเลยก็คือ บริเวณพื้นที่ที่เป็นดินครับ

ร้านแรกที่แนะนำคือ
1. ร้าน ไทยวานิช พอดีได้รับหลังไมค์จากเพื่อสมาชิกท่านหนึ่งแนะนำร้านนี้เข้ามา ว่ามีไหมขายเยอะแต่ต้องซื้อเป็นแพคๆ ละ 4-5 กลุ่มนี่แหล่ะ แต่มันไม่ได้คละสีกันนะครับเป็นสีเดียวกันทั้งแพค ถ้าใครสนใจขอแนะนำให้นัดกันไปหลายๆคน จะได้ซื้อหลายๆสีแล้วเอามาแบ่งกัน ร้านนี้นอกจากจะมีไหมแล้วก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆในการเย็บปักถักร้อยขายด้วย

ส่วนลูกตา จะมีแต่แบบพลาสติกที่เป็นตากลิ้ง ที่น่าสนใจคือจะมีตากลิ้งแบบว่าที่มีสีเป็นเปลือกตา พร้อมขนตาด้วย แต่ผมไม่ได้ซื้อมาเพราะดูแล้วไม่ถูกใจเท่าไหร่ สุดท้ายก็จากร้านนี้ออกมาแบบไม่ได้อะไรเลย

จากนั้นเดินย้อนกลับมาเพื่อเข้าไปในตรอกซอกซอย ซึ่งผมคิดว่ามันคือสำเพ็ง แต่จริงๆไม่รู้ว่ามันใช่รึเปล่า รู้แต่ว่าของเยอะ คนแยะ เช่นเดิม เดินต่อเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ

2. ร้านนี้จำตำแหน่งและชื่อร้านไม่ได้ แต่เป็นร้านที่ขายพวกอุปกรณ์การฝีมือเยอะมาก แต่ดันไม่มีไหมพรมและลูกตาขาย แต่ที่ถูกใจผมก็คือ จะมีพวก ดอกไม้ ดาว ตุ้มฟู โบว์ หัวใจ ฯลฯ อันเล็กๆขายเต็มไปหมด ซึ่งมันดูดเงินในกระเป๋าผมไปเยอะ ซึ่งผมเอามาใช้ประดับตุ๊กตาให้เห็นกันบ่อยๆ

เมื่อออกจากร้านนี้แล้ว ถ้าท่านไม่หลงไปกับมนต์เสน่ห์ กับของ2ข้างทาง ก็ให้ท่านรีบเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราจะมุ่งหน้าไปร้านที่ 3 กันต่อ ซึ่งอยู่ไกลมาก ท่านจะต้องข้ามถนนใหญ่ เพื่อไปสู่อีก บล็อคนึง ซึ่งบล็อนนี้ท่านจะสังเกตเห็นด้านบนมีหลังคาบังแสงให้ท่านตลอดแนว ให้ท่านเดินต่อไปเรื่อยๆ ท่านก็จะต้องข้ามถนนใหญ่อีก 1 ครั้ง เพื่อไปบล็อคถัดไป ซึ่งบล็อคนี้จะไม่มีหลังคาบังแสงให้ท่านแล้ว

เมื่อข้ามถนนมาแล้ว ร้านที่ 3 นี้จะเดินเข้าไปนิดเดียวครับ ท่านจะเห็นธนาคารไทยพานิชย์ ติดๆกันเป็นร้านเครื่องประดับห้องถัดไปคือร้านเป้าหมายเราครับ

3. ร้านพรสวัสดิ์ ร้านนี้จะเป็นร้านขายผ้า แต่ด้านข้างๆจะมีชั้นใส่ลูกตาขาย อยู่ในกระบอกพลาสติดทรงสูง(แต่เดิมคิดว่ามันเป็นโหลยาดอง) ให้ท่านเดินเข้าไปเลือกดูลูกตาตามขนาดและแบบต่างๆที่ผมได้เคย แนะนำไปเลยครับ สำหรับราคานั้น จะถูกลงถ้าท่านซื้อเยอะๆ เยอะในที่นี้หมายถึง ผมซื้อ อย่างละ10 คู่แต่ซื้อมาหลายๆแบบน่ะครับ ถึงจะลดได้ จะลดจากเดิมเช่น คู่ละ5บาท ก็จะเหลือ 3 บาทเป็นต้น

ข้อควรระวังคือ ให้ถามราคาต่อคู่ให้ดีๆ แล้วจะลดได้เท่าไหร่ ที่สำคัญสุดๆ ท่านอย่ามัวแต่มองแบบอื่นเพลิน ยื่นให้คนขายนับแล้วต้องคอยดูด้วย เพราะผมซื้อกลับมาแล้ว ลองนับดู มันขาดไปเยอะเหมือนกัน ไม่รู้แม่ค้านับผิดจริงๆ หรือว่าตั้งใจก็ไม่ทราบ แต่รู้สึกว่าจะมีท่านอื่นโดนมาเหมือนกัน ยังไงก็ดูๆไว้ก็ดีครับ แต่ร้านนี้ของเค้าเยอะดีจริงๆ สำหรับลูกตา

สุดท้ายร้านต่อไปคือร้าน
4. ร้านนี้ตรงข้ามกับร้านพรสวัสดิ์เลยครับ ร้านนี้จะมีพวกวัสดุอุปกรณ์งานฝีมือเช่นกัน แต่จะเน้นไปทางพวกงานผ้ามากกว่าเช่นดอกไม้ ลูกไม้ ที่ใช้ประดับงานผ้าน่ะครับ ถ้าสนใจก็ลองเดินเข้าไปดูได้ครับ

ส่วนร้านอื่นๆอาจจะต้องเดินดูเอง ซึ่งมีอยู่หลายร้านเช่นกันที่มีของที่สามารถนำมาตกแต่งประยุกตใช้กับงานตุ๊กตาถักได้ครับ

ก็จบการตะลุยสำเพ็งเพียงเท่านี้ ถ้าทำแผนที่ผิดไปก็ขอโทษด้วย เพราะว่าใช้วิธีจำเอา ไม่ได้เตรียมกระดาษปากกาไปด้วย แต่คิดว่าน่าจะใกล้เคียงหาได้ไม่ยากนะครับ

แต่ยัง … ยังไม่จบเท่านี้ ใจกล้าไปต่อที่บางลำพูที่เคยไปครั้งนึงเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วโดยมีคนพาไป แต่คราวนี้ไปเอง นั่งรถต่อจากตรงที่ไปสำเพ็งนั่นแหล่ะครับ เดินมาขึ้นรถฝั่งตรงข้ามสะพานเหล็ก รู้สึกจะเป็นห้างอะไรซักอย่าง ไปก็ไปไม่ถูก อาศัยมองป้ายข้างรถเอาว่ามันผ่านรึเปล่า พอเห็นว่าผ่านก็โดดขึ้นรถด้วยท่า จา พนม แบบเดิม ไม่รู้รถมันจะรีบไปไหนกัน สุดท้ายก็มาถึงบางลำพูด้วยความไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า ใช้สัญชาติญาณเอาเอง ดันไม่ยอมถามกระเป๋ารถเมล์เพราะกลัวเสียฟอร์ม แต่สุดท้ายก็ใช่ เพราะเดินๆไปก็ไปเจอห้าง นิวเวิล์ดที่มันไฟไหม้ เตรียมรอรื้อถอน ก็เดินต่อๆเรื่อยๆ แบบไม่รู้ทางเพราะจะไปตั้ง ฮั่ว เส็ง
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอ สุดท้ายต้องถามแม่ค้าข้างทางจนหาทางไปจนได้

ตั้ง ฮั่ว เส็ง นึกว่ามันเป็นห้างใหญ่ๆ แต่เปล่าเลยมันคือห้องแถวดัดแปลงนี่เอง เดินเข้าไปเมียงๆมองๆหาซักพัก ก็เจอมุมไหมพรม พร้องอุปกรณ์งานฝีมืออีกมากมาย

แล้วสุดท้ายยย…ผมก็เจอลูกตาในฝันแล้ว รีบเรียกพนักงานให้หยิบขึ้นมาให้ดู สวยงามมาก อยากได้ แต่ราคาแพงจริงๆ สุดท้ายกลั้นใจหยิบติดไม้ติดมือมานิดหน่อย(จ่ายตั้งเค้าด้วย ไม่ใช่หยิบมาเฉยๆ) ดีใจลิงโลดมากๆเพราะหามานาน เคยเห็นแต่ในหนังสือญี่ปุ่น วันนี้เจอของจริงซะที แทบจะกระโดดขึ้นไปเต้น El Ni Yo ของ TaTa บนหน้าเค้าเตอร์เลยทีเดียว

ได้มาตามรูปด้านบนเลยครับ แต่ว่าไซส์มันมีให้เลือกไม่เยอะนัก เทียบกับขนาดกับสีน้ำตาลด้านซ้ายมือได้เลย ดูแล้วคุณภาพค่อนข้างดีเลย ด้านหลังเป็นแกน พร้อมกับมีแป้นโลหะ เสียบกันหลุดเหมือนกับต่างหูด้วย แต่มันมาพร้อมกับราคาที่ผมว่าแสนแพง คือคู่ละ 12 บาท เทียบกับร้านที่สำเพ็งไม่ได้เลย ถึงจะบ่นกับราคา แต่ผมก็ซื้อมาอย่างละ 2 คู่ เพราะไหนๆก็มาแล้วซื้อกลับไปด้วย เผื่อได้ใช้ทำตัวพิเศษๆ เนื่องในโอกาสพิเศษจริงๆ เอาไว้ถ้าทำแล้วได้ผลยังไงจะเอามาโชว์ให้ดูแล้วกันครับ

ก็ขอจบทริปตะลอนทัวร์หาอุปกรณ์การฝีมือแค่นี้นะครับ

Leave a comment »

หนังสือ นิยายคินดะอิจิ (คนละเรื่องกับ การ์ตูนน่ะ รู้กันไหม?) (http://serene.exteen.com/20060406/books)

เพิ่งอ่านคินดะอิจิ เล่ม 4 ภาคนิยายจบไป และกำลังเริ่มเล่ม 5ก็ได้อ่านคำนำจากผู้แปลเข้า เขาบอกว่ามีเพื่อนถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เลยตอบไปว่าแปลคินดะอิจิ เพื่อนก็ถามกลับว่าคินดะอิจิการ์ตูนน่ะรึ? คนแปลตอบว่าไม่ใช่ แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้มากกว่านั้นว่า

..คินดะอิจิ 2 คนนี้เกี่ยวพันกันยังไง??..

อ่านจบรู้สึกคันยิบๆ เลยมาพล่ามในบล็อคสักหน่อย

จำได้ว่าตอนอ่านการ์ตูนคินดะอิจิ คำพูดติดปากแทบทุกครั้งก่อนคลี่คลายคดียากๆ ของ คินดะอิจิ ฮาจิเมะ เด็กหนุ่มผมยาวจอมยุ่งจอมสอดคดีฆาตกรรมคือ “ขอเอาชื่อเสียงของปู่เป็นเดิมพัน” ประมาณเนี้ย และปู่ของคินดะอิจิในเรื่องก็ชื่อว่า “คินดะอิจิ โคสุเกะ” ซึ่งก็มาตรงกับภาคนิยาย ที่ตัวนักสืบคือ คินดะอิจิ โคสุเกะ เป็นนักสืบชื่อดังในยุคหลังสงครามโน้นนน ซึ่งนิยายเรื่องคินดะอิจินั้นเป็นเรื่องที่เขียนไว้นานแล้ว และโด่งดังสร้างชื่อเสียงไว้มากมาย

จริงๆ แล้วทั้งสองเรื่องไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด คนเขียนเอย อะไรเอยก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย

“คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา” เป็นชื่อการ์ตูนญี่ปุ่นแนวสืบสวน
“คินดะอิจิยอดนักสืบ” เป็นชื่อนิยายญี่ปุ่นแนวสืบสวน

“คินดะอิจิ ฮาจิเมะ” เป็นตัวละครเอกในเรื่องคินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา
“คินดะอิจิ โคสุเกะ” เป็นตัวละครเอกในนิยายสืบสวนเรื่องคินดะอิจิยอดนักสืบ

แต่คาดว่าคนเขียนการ์ตูนจะชื่นชอบและสนใจในตัวนิยาย จึงนำมาอ้างอิงในการ์ตูน สร้างตัวละครเป็น ฮาจิเมะ เด็กหนุ่มที่สนใจคดีฆาตกรรมและมีปู่เป็นนักสืบชื่อดังแห่งยุค เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันขึ้นมาหรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใช้ชื่อตัวละครจากนิยายซึ่งโด่งดังมาสร้างแรงดึงดูดในการ์ตูนของตนนั่นเอง ทว่าคนรุ่นหลังๆ ที่อ่านการ์ตูน ไม่สิ อาจจะแค่ในไทยหรือบางประเทศที่ได้อ่านคินดะอิจิภาคการ์ตูน กลับเข้าใจว่า คินดะอิจิในการ์ตูนคือต้นตำรับ พอได้ยินพูดว่ามีคินดะอิจิเป็นนิยายก็เข้าใจว่าเป็นฮาจิเมะซะมากกว่า

ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก เพราะคนไทยรู้จักตัวฮาจิเมะในการ์ตูนมาก่อน ไม่เคยอ่านคินดะอิจิที่เป็นนิยาย ดังนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดกันได้เป็นธรรมดา แต่เมื่อหนังสือนิยายเข้ามาแล้ว ก็น่าที่จะทำความเข้าใจกันให้ถูกต้องสักหน่อย เพราะขืนปล่อยให้เข้าใจผิดกันต่อไปว่านิยายมาจากการ์ตูน ตัว โยโคมิโซะ เซชิ (คนเขียนนิยาย) คงรู้สึกโกรธเคืองและเศร้าใจน่าดูเลยเทียวเนอะ *—-*

สนใจ เป็นเจ้าของนิยายเชิญ ที่เว็บ www.pandaboookz.com มีบางเล่มน่ะ อิอิ

(ขออนุญาต แอบขายของ ลอง search คำว่า “คินดะอิจิ” ดูน่ะ)

และ ขอบคุณ http://serene.exteen.com/20060406/books สำหรับ review ของหัวข้อนี้ครับ

Leave a comment »

ทัวร์ ของเล่นที่ ภิรมย์ พลาซ่า และ คลองถม (http://www.bangkokgoguide.com)

ภิรมย์พลาซ่า – PIROM PLAZA
My style Programs ครั้งนี้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบ สะสม หรือจะเพียงแค่ชอบดู ของเล่นสะสม หุ่นเหล็ก ตุ๊กตาผ้า Action Figure โมเดล กาชาปอง Candy Toy พลาสติคคิท การ์ดเกม เราพาไปสำรวจแหล่งรวมสินค้าเหล่านี้อีกแห่งหนึ่งในเขตพระนคร ที่นั่นคือ ห้างภิรมย์พลาซ่า ห้างนี้ตั้งอยู่ที่ถนนมหาไชย ตรงข้ามกับห้างเมอร์รี่คิงส์ วังบูรพา ติดกับโรงแรมแกรนด์ เดอวิลล์
ภายในห้างมีทั้งหมด 5 ชั้น เนื้อที่ไม่ใหญ่โตนัก ทางขึ้นแต่ละชั้นเดินบันได ไม่มีบันไดเลื่อน มีสินค้าพวกโมเดล เครื่องเล่นเกม การ์ดเกม ร้านขายและรับซ่อมกล้อง แต่ที่เด่น ๆ ก็คือเป็นศูนย์รวมสินค้าประเภท Hobby & Toys เยอะมากอีกแห่งหนึ่ง มีร้านค้าภายในมากมาย ชั้น 3 เป็น Food Center มีร้านขายกาแฟ เครื่องดื่ม อาหาร ชั้น 5 เป็นสำนักงาน ชั้นล่างเดินทะลุออกสะพานเหล็กได้

สินค้าประเภทโมเดลและของเล่นในปัจจุบันได้พัฒนาไปมาก มีการสร้างสรรค์รูปแบบ เทคนิคการผลิตใหม่ ๆ ทำให้สินค้ามีความสวยงาม ประณีต น่าซื้อ น่าสะสม บางคนบอกว่ามันเป็นเหมือนงานศิลป์เลยทีเดียว

ของเล่นที่เรียกว่า “กาชาปอง” (GASHAPON) นั้น ก็คือโมเดลขนาดเล็ก ทำสีมาให้สำเร็จแล้ว แต่มีการแยกชิ้นส่วนไว้เพื่อบรรจุใส่ถุงพลาสติกและอัดใส่ไปในลูกกลม ๆ พลาสติค ลักษณะเหมือนไข่ จะเห็นตั้งอยู่ในแผนกของเล่นตามห้างสรรพสินค้าเป็นตู้ ๆ เรียกว่า CAPSULE STATION ให้เราได้มาหยอดเหรียญแล้วไขออกมา โดยไม่สามารถเลือกแบบได้ ต้นตำรับผู้ผลิตก็คือบริษัท BANDAI ของญี่ปุ่น เวลาไขตู้จะมีเสียงดัง “กะ-ชะ-ป๊อง” แล้วของก็ตกลงมา นั่นคือที่มาของชื่อ “กาชาปอง” เสน่ห์ของกาชาปองอยู่ที่รูปแบบสินค้ามีความสวยงาม บางแบบทำออกมาเป็นฉากจำลอง การออกมาเป็นชุดให้สะสม เช่นชุดนี้มีทั้งหมด 5 แบบ ชุดนี้มี 6 แบบ 7 แบบแล้วแต่ บางชุดจะมี “ตัวลับ” หรือ “ตัวพิเศษ” ที่ไม่มีรูปชัด ๆ ให้ดูในใบแนบ แต่ทำเป็นเงาสีดำไว้ เป็นปริศนา ต้องค้นหาสืบเสาะกันเองว่าหน้าตามันเป็นยังไง ความสนุกอยู่ตรงนี้ ด้วยเหตุนี้จึงมีร้านค้าที่เอาใจคอนักสะสม รวบรวมแต่ละชุด ๆ มาขายกันแบบครบเซ็ต โดยเอามาบรรจุใส่ห่อพลาสติคใหญ่รวมเป็นชุด ๆ ทิ้งลูกกลม ๆ พลาสติคบรรจุที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งแน่นอน เป็นไปตามธรรมเนียมของของสะสม บางชุดที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ชุดที่มีตัวลับตัวพิเศษ ราคาก็ขึ้นไปหลายเท่าตัว บางชุดขายเท่าทุน หรือต่ำกว่าทุนก็มีถ้าได้รับความนิยมน้อยลงมา

นอกจากกาชาปองก็ยังมีโมเดลที่เป็นชุดแต่ขายเป็นกล่อง ๆ มีตัวลับหรือรุ่นทำสีพิเศษก็มี ส่วนของเล่นประเภทอื่นทั่ว ๆ ไปที่ห้างนี้มีขายก็จำพวกโมเดลพลาสติกกันดั้ม หุ่นเหล็ก ตุ๊กตา Action Figure ตุ๊กตาผ้า และสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นแนวของเล่นสะสม ไม่ใช่ของเล่นเด็กอย่างย่านสำเพ็ง

ที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของห้างภิรมย์พลาซ่าก็คือ การมีตู้ Showcase สำหรับท่านที่มีของเล่นสะสมเยอะ ๆ แล้วอยากหมุนเวียนขายออกไปบ้าง หรือใครก็ได้ที่อยากฝากขายสินค้าแนวนี้ มาเช่าตู้เป็นรายเดือน จะเป็นตู้โชว์ใส ๆ เป็นช่อง ๆ มีกุญแจล็อค ให้เราเอาสินค้ามาวางโชว์พร้อมตั้งราคาขาย เมื่อขายได้ก็ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ทางร้านอีกนิดหน่อย ทำเหมือนกับที่ญี่ปุ่นเลย (ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-222-8700 ต่อ 129)

บรรยากาศของส่วน Showcase สำหรับเช่าตู้โชว์ฝากขายของเล่น ของสะสม มีป้ายราคาขายและรหัสของ ติดไว้ทุกชิ้น

ในแง่ของราคาของสินค้าประเภทนี้ ต้องยอมรับว่าสูงเอาเรื่องเหมือนกัน ถ้าซื้อกันแบบครบๆ ชุด เช่นกาชาปองบางชุด หรือพวกหุ่นเหล็ก ตัวนึงต้องมี 3-4 พันบาทขึ้นไป อันนี้ก็ต้องดูสภาวะกระเป๋าตังค์เราด้วย ถ้าไม่ซีเรียสมาก เลือกซื้อเฉพาะตัวที่ชอบก็จะไม่เปลืองพื้นที่ตั้งโชว์ หรือถ้าซื้อเป็นชุด เวลาขายต่อก็จะได้ราคาดี (แนะนำให้ลงขายตามเว็บไซต์ของเล่น จะไม่เสียราคา) หรือใช้วิธีซื้อมาอยู่กับเราซักช่วงหนึ่งจนรู้สึกพอใจแล้ว ก็ขายไป แล้วไปซื้อชุดใหม่ เก็บเฉพาะชุดที่ชอบจริง ๆ ไม่ยึดติด ก็จะทำให้ได้สนุกกับการซื้อของที่ตัวเองชอบไปได้เรื่อย ๆ เป็นการหมุนเวียนเงินด้วย แต่ปัจจุบันมีของก๊อปปี้ออกมาขายตามท้องตลาด บล็อคพิมพ์แทบจะเหมือนกัน แต่การลงสีงานยังไม่เนี๊ยบเท่าของแท้ วิธีสังเกตให้ดูที่ราคา ถ้าถูกผิดปกติก็มีสิทธิ์เป็นของก๊อปแล้ว และระวังพวกเอาของก๊อปมาขายในราคาของแท้ด้วยล่ะ (แต่ที่ห้างนี้เน้นขายแต่ของแท้นะ สบายใจได้)

ถ้ายังอยากเดินดูของต่ออีก ชั้นล่างของห้างภิรมย์พลาซ่า สามารถเดินทะลุไปออกสะพานเหล็กได้ ที่นี่ก็พอมีของเล่นแนวนี้อยู่บ้าง เป็นพวกพลาสติคโมเดลกันดั้ม รถประกอบ ส่วนพวกกาชาปอง Action Figure มีน้อย ไม่มีตู้โชว์ให้ดู จะใส่ถุงแพ็คขายกันเป็นกอง เนื่องจากพื้นที่ร้านมีจำกัดในบริเวณนี้ เหมาะสำหรับมาหาแบบเฉพาะเจาะจงไปเลยว่าต้องการชุดนั้นชุดนี้ แล้วถามจากทางร้านเลย

สำหรับท่านที่เอารถมา ที่จอดรถในย่านนี้ ที่เป็นที่จอดตามซอกซอย รถแน่นตลอด ส่วนที่จอดรถตามอาคาร ส่วนมากอัตราค่าจอดแพง ชม.ละ 30-40 บาท ลองดูจากข้อมูลสถานที่ด้านข้าง ในส่วนของที่จอดรถ ที่ทางทีมงานได้ไปสำรวจรวบรวมมา แล้ววางแผนให้ดี ๆ ว่าจะใช้วิธีไหน

โปรแกรมนำเสนอ

ในช่วงไม่นานมานี้กระแสเกี่ยวกับของเล่น ของสะสมเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ตลาดคลองถมคืนวันเสาร์ ช่วงบริเวณซอยเจริญกรุง 15 แถวอาคารเฉลิมนคร (ดูแผนที่) ได้กลายมาเป็นตลาดขายของเล่นมือสอง จากเจ้าหนึ่ง สู่อีกเจ้าหนึ่ง จนเดี๋ยวนี้มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบผู้ค้าแล้ว เป็นตลาดของเล่นมือสองที่คึกคักน่าเดินชม คนที่มาคอเดียวกันทั้งนั้น สินค้าส่วนมากจะเป็นตัวเศษกาชาปอง เหมาะสำหรับท่านที่ไม่ชอบซื้อทั้งชุด หรือท่านที่ยังขาดไม่ครบชุด มาเสาะแสวงหาได้จากที่นี่ แนวอื่นก็มี เช่น ชุดโมเดลสะสมจาก 7-eleven หุ่นพลาสติคกันดั้มรุ่นเก่าประกอบแล้ว ยังไม่ประกอบก็พอมี ของเล่นแนวสตาร์วอร์ส ของเล่นเก่าย้อนยุค 10-20 ปีที่แล้ว และของเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย

ตลาดคลองถมคืนวันเสาร์ที่ซอยเจริญกรุง 15 หลังธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบันกลายเป็นตลาดของเล่นมือสองที่คึกคักน่าเดินดู บรรยากาศภายในซอยนี้ ด้านซ้ายที่เห็นมุง ๆ กันอยู่ กำลังยืนเล็งของกันอย่างขะมักเขม้น

ดังนั้นถ้าคุณอยากจะ Toys Tour ให้สุด ๆ กันไปเลย แนะนำให้มาวันเสาร์ โดยช่วงบ่าย 4-6 โมงเย็น เดินดูของที่ภิรมย์พลาซ่าก่อน จากนั้นเดินต่อมาเรื่อย ๆ อีกนิดก็ถึงคลองถม หาข้าวมื้อค่ำกินเพื่อรอเวลา ตลาดของเล่นจะเริ่มวางขายกันเต็มที่ช่วงเวลาประมาณ 19.00-20.00 น.โดยจะขายไปจนถึงเวลาประมาณ 0.00-1.00 น. กระซิบนิดนึง สำหรับเรื่องราคา คนขายที่นี่รู้ราคาตลาดสินค้าพวกนี้ดี ของที่ขายที่นี่จึงเป็นสิ่งของที่มีค่ามากกว่าเศษตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา หรือเศษพลาสติคเหลือใช้ เป็นของที่ขายในราคานักสะสมที่มองเห็นคุณค่าของของเหล่านี้ เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังในเรื่องราคาที่จะถูกมาก เพียงแต่เป็นตลาดของเล่นมือสองที่มีของละลานตา หลากแนวให้เลือกซื้อมากกว่า โดยต่อรองราคากันได้แบบพอหอมปากหอมคอ ยังไงก็ขอให้สนุกและมีความสุขกับโลกแห่งจินตนาการนี้นะครับ…

Leave a comment »

ห้องสมุดแสงอรุณ จัดงาน book sale 16-18 กรกฏาคม จ้า

ห้องสมุดแสงอรุณ จัดงาน book sale 16-18 กรกฏาคม จ้า

อยากชวนเพื่อน เพื่อนที่อยู่แถว สีลม หรือ สาทรไป เที่ยวชม ห้องสมุด น่ารัก น่ารัก ใจกลางเมือง
และอาจจะได้หนังสือดี ราคาถูก ติดมือกลับไปบ้านครับ

ห้องสมุดอยู่ สาทรซอย 10
ลงรถไฟฟ้า ช่องนนทรีแล้ว เดินทะลุไปได้ครับ หรือ เดิน จาก TBT ไปก็ไม่ไกลมากครับ

ใครว่าง หรือ ตั้งใจไป ก็ขอเชิญครับ

ปล. ใครสนใจที่จะนำ หนังสือไปร่วมขาย ผมได้ยินมาว่าบรรณาลักษณ์ ก็สามารถจัดพื้นที่ให้ได้ ครับ

ยังไงฝากเบอรืห้องสมุดไว้เผื่อใครสนในเนอะ 02-237-0080

Leave a comment »

คนรักเมีย (www.siamzone.com)

เธอเป็นคนเดียวที่ใจของฉันยอม
เปลี่ยนแปลงตัวเอง
จากที่ไม่ได้เรื่องราวซักกะอย่าง
และเป็นคนเดียวที่ ฉันจะพยายาม
อยากจะขอเธอ ให้อดทนอีกต่อไป

พยายามซักเท่าไหร่
ฉันก็รู้ว่ายังไม่ไปถึงไหน

อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด
อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ
อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้
ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ
ผู้ชายที่รักเมียมากกว่าใคร

ไม่หล่อไม่ดีไม่มีอะไรได้เรื่องเลย
อ้วนๆ เชยๆ ซุ่มซ่ามอย่างเคย
เหมือนเดิมทุกๆ อย่าง
อยากให้เธอรู้ว่าฉันกำลังพยายาม
ที่จะร้องเพลง นี้ให้เพี้ยนน้อยที่สุด

แต่พยายามสักเท่าไร
ฉันก็รู้ว่ายังไม่ไปถึงไหน

อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด
อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ
อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้
ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ
ผู้ชายที่รักเมียมากกว่าใคร

อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด
อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ
อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้
ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ
ผู้ชายที่รักเมียสุดหัวใจ

Leave a comment »

มหกรรมที – เชิ้ต เฟสติวัล เบอร์ 5

หลังดิ้นสู้วิกฤตเศรษฐกิจ จนเลือดตาแทบกระเด็น “แฟต เรดิโอ” ไม่ขออยู่นิ่ง เดินหน้าลุยตามฝัน ผุดกิจกรรมสุดฮิตประจำปี “มหกรรมที – เชิ้ต เฟสติวัล เบอร์ 5″ (แฟต เรดิโอ)

หลังจากที่ประสบ และดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ ที่สะสมมานมนานหลายปี จนมีข่าวกระฉ่อนออกไปเป็นระลอกว่า คลื่นเพลงทางเลือกใหม่ 104.5 แฟต เรดิโอ โต โต มัน มัน กำลังจะเจ๊งในเวลาอันใกล้นี้

ล่าสุด…คลื่นเจ้าพ่อไอเดียบรรเจิด ก็ไม่ขออยู่นิ่ง ขอเดินลุยตามความฝัน ตามปณิธานของตัวเอง โดยการเดินหน้าผุดมหกรรมความมัน รวมพลคนรักเสื้อยืด ที่ไม่มีใครเหมือน โดยมีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย กับมหกรรม ที – เชิ้ต เฟสติวัล เบอร์ 5 (T – Shirt Featival No.5) ที่จะชวนคุณมาบ้าเห่อกับเสื้อยืดลายใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร จากดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียเจ๋ง และจากศิลปิน ดารา อีกคับคั่ง

พร้อมการแสดงอะคูสติก คอนเสิร์ตที่ยืดยาวที่สุดในประเทศ จากศิลปินเกือบร้อยชีวิต ที่จะมาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ความบันเทิง ในรูปแบบที่คุณหาฟังไม่ได้ทั่วไป ในวันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2552 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 2 – 3 (Impact Exhibition Hall 2 – 3) เที่ยงวันยันเกือบเที่ยงคืน บัตรเข้างานราคา 100 บาท จำหน่ายที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป งานนี้ “เฮนรี่ จ๋อง (พงศ์นรินทร์ อุลิศ)” โปรแกรม ไดเร็กเตอร์หนุ่มหล่อของคลื่น เปิดเผยถึงรายละเอียดว่า

“มหกรรมที – เชิ้ต เฟสติวัล เบอร์ 5 นี้ ถือเป็นมหกรรมงานเสื้อยืดที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญ…งานแบบนี้ มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นด้วยครับ มาปีนี้ก็เป็นปีที่ 5 แล้ว ที่ทางแฟต เรดิโอได้สรรสร้างกิจกรรมดีดีไอเดียไม่เหมือนใครนี้ขึ้นมาครับ และถึงแม้ว่าเราจะประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่ในตอนนี้ แต่เราก็ไม่ยอมทิ้งความฝัน ทิ้งปณิธานที่พวกเราได้ร่วมกันตั้งไว้ครับ เราจะสานฝัน จะลุยกันต่อไป จนกว่าจะไม่มีแรงจริงๆ นั่นแหละครับ

มาในปีนี้ เทศกาลที – เชิ้ต เฟสติวัล เบอร์ 5 ก็จะมีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกบูธจำหน่ายเสื้อยืดในราคาถูก จากศิลปิน ดารา จากค่ายเพลง ค่ายหนัง ค่ายละครมากมาก รวมไปถึงจากเซเลบ ดีไซเนอร์ห้องเสื้อดัง ไม่ว่าจะเป็นค่าย GTH , สหมงคลฟิล์ม , ไฟว์ สตาร์ , วอร์เนอร์ มิวสิค , สไปซี่ ดิสค์ , Love is , สมอลล์รูม , สวีทนุช , สครับบ์ , กรุงเทพมาราธอน , โรส ศิรินทิพย์ , สเลอ , โมโนโทน , ก้อย – โย่ง , Buddha Bless , เจี๊ยบ วรรธนา , เทดดี้ สกา , อพาร์ตเม้นต์คุณป้า , Friday , ลิปตา , แสตมป์ , แบรนด์ นิว ซันเซต , โป้ โยคี เพลย์บอย และวงชื่อดังอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนเลยครับ พร้อมบูธเสื้อยืดลายใหม่ๆ จากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่เป็นคนฟังแฟต เรดิโอ

งานนี้…ถือได้ว่าเป็นงานที่สร้างดีไซเนอร์หน้าใหม่ฝีมือเจ๋งให้กับวงการแฟชั่นมานักต่อนักแล้วด้วยครับ ในส่วนของความบันเทิงบนเวที ก็จะมีการแสดงอะคูสติก คอนเสิร์ตที่ยืดยาวที่สุดในประเทศ จากศิลปินเกือบร้อยชีวิต ที่จะมาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ความบันเทิง ในรูปแบบที่คุณหาฟังไม่ได้ทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็น Brandnew Sunset , จุ๋ยจุ๋ยส์ , Stamp , The Begins , Greasy Cafe’ , Slur , The Richman Toy , Lomosonic , Yellow Fang , Scrubb , Knock The Knock , ก้อย โย่ง , กรุงเทพมาราธอน , Monotone , Artfloor , Mild พร้อมวงอื่นๆ อีกมากมายครับ

โดยงานจะมีขึ้นในวันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 2 – 3 (Impact Exhibition Hall 2 – 3) ตั้งแต่เที่ยงวัน ยันเกือบเที่ยงคืน บัตรเข้างานราคา 100 บาท จำหน่ายที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ” สร้างสรรค์ไอเดียคุณภาพโดย คลื่นอ้วน 104.5 แฟต เรดิโอ โต โต มัน มัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่แฟต เรดิโอ 02 – 6415394 ทุกช่วงดี.เจ. หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.fatdegree.com จ้าาา

Leave a comment »

เรื่องจริง (ป๊อด-บอย) เนื้อเพลงจาก www.siamzone.com

เนื้อร้อง-ทำนอง บอยด์ โกสิยพงศ์
เพลงประกอบโฆษณา Canon

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน
กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน
ก็ออกมาจากใจจริงๆ
เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน
ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ

ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง
เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่
กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆ อย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร
ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่
กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆ อย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆ อย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

Leave a comment »

หนังสือของ aday

เนื่องด้วยทาง blog เรา เป็น blog ของร้าน หนังสือ และสำนักพิมพ์ที่เรา ให้ความสนใจพอสมควรก็คือ สำนักพิมพ์ aday เนื่องด้วย คำบอกเล่า , ปรสบการณ์ตรง และ อื่น อื่น. เจ้าของ blog นี้ ยังไม่ได้ อ่าน หนังสือ aday ทุกเล่ม แต่ก็อ่านไปพอสมควรจากหนังสือที่ซื้อมา เพื่อขายไป ทางอินเตอร์เน็ต. หนังสือส่วนมาก อ่านสนุก พร้อมได้แง่คิด หรือความรู้ใหม่ ใหม่ (แปลก แปลก ?) ที่ไม่เคยรู้มาก่อน.

โลกจิต , เฟรนด์ shit! , aday story, เกาหลีกุ๊กกิ๊ก , หนังสือของ พี่ตรัย และ อื่น อื่น อีกพอสมควร

ตอนนี้ก็ยังคงอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้อย่างต่อเนื่องและ จะสนับสนุน (ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง) ต่อไป

Leave a comment »