|
ภารกิจไล่ล่าหนังสือมือสอง
|
|
เรื่องและภาพโดย crazyEeyore
|
| Where is human nature so weak as in the bookstore? – Henry Ward Beecher, Star Papers (1855)ลองเงี่ยหูฟังคนรักการอ่านรอบ ๆ ตัว เขาต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เดี๋ยวนี้หนังสือไทยแพงเหลือเกิน ..ฟังแล้วก็น้ำตาตกใน เพราะถ้าหนังสือไทยแพงแล้ว หนังสือฝรั่งที่คนรายได้ต่ำแต่รสนิยมน่าหมั่นไส้อย่างฉันอ่านประจำ มันยิ่งแพงอย่างกับทองคำ ทางออกซึ่งเป็นที่พึ่งเดียวสำหรับคนเบี้ยน้อยแต่ใจใหญ่อย่างเรา ๆ ก็คือ .. หนังสือมือสอง(ชาวต่างชาติที่ขอเรียกรวมว่า) ฝรั่งอยู่กันมากที่ไหน หนังสือมือสองย่อมอยู่ที่นั่น นักเดินทางแบกเป้ (Backpackers) ส่วนใหญ่ อ่านหนังสือกันอย่างบ้าคลั่ง พอแบกหนังสือมา และไม่อยากแบกเล่มที่อ่านจบแล้วต่อไป ก็นิยมนำมาขายหรือแลกเล่มใหม่เอาแถว ๆ ที่พำนัก จึงคงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า แหล่งรวมหนังสือฝรั่งมือสองใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ก็คือ “ถนนข้าวสาร” นี่แหละ ปฏิบัติการค้นหาหนังสือมือสองคุณภาพดี อาจกินเวลายาวนานตั้งแต่บ่ายจรดดึกได้ หากคุณเป็นพวกโรคจิต (เหมือนคนเขียน) ที่ต้องการให้แน่ใจว่า จากหัวถึงท้ายถนน ไม่มีเล่มไหนหลุดรอดสายตา การกำหนดจุดเริ่มต้นและลงท้ายของภารกิจ จะสำคัญมาก การเลือกช่วงเวลาก็เช่นกัน ขอแนะนำให้เริ่มตั้งแต่เย็น ๆ และเผื่อเวลาไว้ถึงสี่ห้าทุ่ม (เป็นอย่างน้อย) เพราะถ้าหัววันกว่านั้น ถนนข้าวสารจะยังไม่ทันตื่นขึ้นมามีชีวิตอย่างเต็มที่ |
(1) ร้านหนังสือ Aporia Books มีป้ายเหลืองเด่นเป็นสง่า ดูเผิน ๆ เหมือนร้านหนังสือมือหนึ่ง ด้วยความภูมิฐานของหน้าตา แต่ความคลุมเครือนี้จะหมดไปทันทีเมื่ออ่านตัวหนังสือด้านหน้าร้านว่าที่นี่ รับทั้ง Buy, Sell, Trade และ Rent ข้อดีอย่างยิ่งก็คือ หากหาหนังสือมือสองที่ต้องการไม่พบ อยากจะซื้อมือหนึ่งกลับไป ก็มีขายให้เช่นกัน สนนราคาไม่แพงไปกว่า
(2) สาระบาน (SARABAN) ร้านสวยและไม่น่าพลาดอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือในบรรยากาศดี ๆ มีโต๊ะให้นั่งเล่นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่อยู่ด้านหน้า หันซ้ายหันขวาเจอโปสต์การ์ด และชั้นวางขายแผนที่ ผลักประตูกระจกเข้าไป ก็จะเจอหนังสือเรียงตามภาษา และตามประเภท ด้านในสุดมีอินเตอร์เน็ตให้บริการด้วยล่ะ
(3) SHAMAN Bookstore แต่ขายแพงเหลือกำลัง บางทีถูกกว่าหนังสือใหม่มือหนึ่งไม่ถึงร้อยบาท อย่างนี้ก็ไม่รู้จะซื้อมือสองไปทำไม
(4) Moon Light นั่นล่ะแหล่งหนังสือใหญ่อีกแห่ง ที่นี่ไม่มีการเรียงหนังสือด้วยหลักเกณฑ์ใด ๆ นักอ่านตัวจริงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องแหงนคอมองตั้งแต่เพดานลงมา จนกระทั่งถึงชั้นหนังสือที่ติดพื้น และเอียงคอกวาดสายตาจากขวาไปซ้ายอย่างระแวดระวัง เพราะมิฉะนั้น อาจพลาดเพชรในตมซึ่งหลงอยู่ตามซอกหลืบได้โดยง่าย ฉันมักจะพบหนังสือดีที่หายาก แต่สภาพเก่าไปนิดอยู่ที่นี่ ในราคาสมเหตุสมผลเสมอ ๆ
(5) Thai Garden เช่นกันกับมูนไลท์ ที่หนังสือไม่ได้ถูกจัดเป็นกลุ่มพวกใด ๆ ถ้าไม่ชอบเดินเอียงคอ ร้านนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณ ส่วนที่ห่างออกไปตามทาง ประมาณไม่เกินร้อยเมตร ด้านขวามือคือร้าน
(6)WISARD BOOKS เปิดประตูเข้าไปจะพบคอมพิวเตอร์เรียงราย ไว้บริการ แต่ด้านใน คือหนังสือจำนวนไม่มากไม่น้อยที่ถูกจัดเรียงไว้ตามลำดับอักษร เรียกว่า แม้ร้านจะเล็ก แต่ก็น่าชื่นชมความพยายาม
(7) แผงเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย ที่เรียงรายกันอยู่สองฝั่งถนน จากข้าวสารไปจนถึงซอยข้างวัดชนะสงครามนั่นเอง ห้ามมองข้ามเลยเชียว
..ทีนี้เข้าใจหรือยังล่ะว่าทำไมต้องเผื่อเวลาไว้เยอะ ๆ เวลามาเลือกซื้อหนังสือ อ่านจบแล้ว กรุณาอย่าถามคนเขียนเลยว่า หมดสตางค์ไปเท่าไหร่กับการนำชมร้านหนังสือมือสองครั้งนี้ ก็เล่นเดินไปซื้อไปเก็บข้อมูลไปนี่เล่า หอบหนังสือหนักแต่กระเป๋าเบาไปถึงสิ้นปีโน่นแล้ว!!!
